![]() |
||
| Main - Characters - Story - How To Win - About | ||
About แม้ภาค Gaiden จะไม่ทำเงินนัก จนทางทีมงานเลิกคิดที่จะทำเกมซีรี่ส์นี้ลงระบบเครื่องพกพา แต่เนื่องในโอกาศฉลองครบรอบ 10 ปี ไบโอซีรี่ส์ ทาง Capcom ก็ได้นำภาค1มารีเมคปัดฝุ่นซะใหม่ ในชื่อภาค DS หรือ Deadly Silence นั่นเอง ซึ่งจัดทำลงในเครื่องจอคู่ NintendoDS สอดคล้องกันกับชื่อภาค ซึ่งตัวเกมหลักๆนั้นจะแบ่งเป็น Rebirth Mode และ Classic Mode ซึ่งใน Rebirth Mode นั้นจะว่าเป็นเหมือนกับภาค1เลยก็ว่าได้ ทั้งฉาก CG ฉากมูวี่ที่คนจริงแสดง หรือฉากเปิดประตูตอนโหลด(สามารถกดข้ามได้)ทุกอย่างยังคงอยู่ครบถ้วน แต่จะมีการดัดแปลงเพิ่มเติมทั้งในส่วนของปริศนาต่างๆ และก็มีการย้ายที่อยู่ของไอเทมบางอย่างด้วย ด้านกราฟฟิคก็มีการลดจำนวนโพลิกอนและความละเอียดลงบ้าง เพื่อไม่ให้เกมกระตุกแต่ก็ไม่ได้ทำให้ภาพหยาบขึ้นแต่อย่างใด และยังทำให้โพลิกอนดูออกมาไม่เป็นเหลี่ยมมากนัก และเพื่อที่นำระบบของเครื่อง DS มาใช้ให้คุ้มค่าด้านระบบการเล่นจึงมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปด้วย ตั้งแต่หน้าจอด้านบนที่ใช้แสดงแผนที่ และในส่วนของสีพื้นหลังก็จะแสดงค่าพลังของตัวละคร ส่วนความสามารถ Touch Screen ก็นำมาใช้เช่นกันคือเมื่อเวลาเปลี่ยนมาถือมีด(เมื่อกด L เกมจะเปลี่ยนให้เรามาถือมีดทันที โดยไม่ต้องพกมีดติดไว้กับตัว) ซึ่งเกมก็จะเปลี่ยนระบบมาเป็นแบบ First Person คล้ายๆกับภาค 4 เวลาใช้ปืนนั่นแหละ โดยจะใช้ปากกา stylus มาฟันหัวซอมบี้ที่คอยดาหน้าเข้ามา และยังมีระบบเลือดสาด(ขอเรียกอย่างงี้ล่ะกัน) ซึ่งจะมีเลือดมาเลอะหน้าจอเพิ่มความมันส์ในการเข่นฆ่าเหล่าซอมบี้ ไม่เพียงเท่านี้ความสามารถ Touch Screen ยังถูกนำมาใช้ในการแก้ปริศนาต่างๆหรือการสะเดาะกุญแจด้วย และในส่วนของไมโครโฟนยังสามารถเอามาผายปอดเพื่อนที่กำลังจะตายได้ด้วย เรียกว่านำความสามารถ DS มาเพิ่มความสนุกได้เต็มที่ทีเดียว แต่หลายคนก็คงยังอยากเล่นแบบ Classic อย่างในเครื่อง Ps อยู่ ซึ่งทาง Capcom เล็งเห็นถึงจุดนี้จึงได้นำ Classic Mode มาเตรียมไว้ให้สำหรับผู้ที่อยากเล่น ซึ่งก็จะเหมือนในภาค1 ของเครื่อง Ps เลยแทบจะทุกประการ แต่ใครที่อยากเล่นแบบ Classic สุดๆก็สามารถเลือกเล่นแบบ Classic ได้ในโหมด Original ได้ ซึ่งโหมดนี้ก็จะถอดแบบมาจาก Ps1 เลยทุกประการ และยังต้องเล่นใน Ps1 ด้วยนะ (ฮา) ถ้าจะเปรียบเทียบกันระหว่างเครื่อง DS กับ Ps1 แล้ว ทางด้านกราฟฟิคนั้นภาค DS นี้ก็มีการปรับปรุงโพลิกอนเดิมที่เหลี่ยมๆ โดยลดจำนวนโพลิกอนและความละเอียดลง เพื่อนำมาลง DS เลยทำให้ดูสิ่งต่างๆแปลกตาไปบ้าง ส่วนแบ็คกราว์นั้น เมื่อมาอยู่บนเครื่องมือถือก็ลดสีสันลงไป แต่ก็ต่างกันไม่มากเท่าไรนัก จะต่างกันจริงๆก็ตรงระบบบางส่วนที่เปลี่ยนแปลงไป ทางด้านความน่ากลัวถ้าจะพูดกันตามจริงก็คงยังเทียบภาค 1 ของ Ps1 ที่เป็นเครื่องคอนโซลซึ่งกลายเป็นตำนานไปแล้วไม่ได้ ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากทางด้านเสียงและความที่เป็นเครื่องมือถือด้วย แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก ทีนี้ก็มาดูส่วนที่แปลกใหม่ของภาค DS กันบ้างซึ่งน่าจะเป็นตัวเกมจริงๆของภาคนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งมีส่วนของ Knife Mode ซึ่งมีฉากเป็นแบบ FPS ที่ต้องใช้ความสามารถ Touch Screen มาช่วยควบคุม ซึ่งโหมดนี้จะออกมาแบบสุ่ม และเมื่อเล่นจบก็จะมีโหมด Master of Knifing เพิ่มมาเพื่อเล่น Knife Modeโดยเฉพาะ และยังมีโหมด Multiplayer mode ที่รองรับระบบ Multiplayer ที่ทำให้สามารถเล่นแบบ Wireless lan หลายๆคน โดยจะแบ่งเป็น Co-op และ Deadmatch ซึ่งโหมด Co-op นี่ก็จะเป็นการแก้ปริศนาฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นโหมดที่ทำมาเพื่อ DS โดยเฉพาะ ซึ่งก็จะสามารถเลือกด่านได้ 3 ด่านคือ Mansion , Guardhouse และ Laboratory และยังสามารถเลือก Character มาเล่นได้ด้วย โดยการกระทำของคนนึงก็จะส่งผลถึงอีกคนด้วย ในส่วนของ Deadmatch ก็จะเป็นแข่งกันล่า Zombie และสัตว์ประหลาดตัวอื่นๆ โดยผู้ที่คะแนนสูงสุดก็จะเป็นผู้ชนะ
การรีเมคครั้งนี้จริงๆมันก็มีที่มานะ ในภาคแรกนั้นเคยมีการนำข้อมูลเกี่ยวกับการพอร์ทเกมลงเครื่อง GBC มาแล้ว ซึ่งผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าทาง Capcom พอร์ทเองเลยหรือป่าว แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ออกมาให้เห็นกัน มีแต่ไฟล์ Gameplay และภาพบางส่วนจากอินเทอร์เนตให้เห็นกันเท่านั้น แต่มาถึงตอนนี้ภาคแรกก็ได้ถูกนำมาพอร์ทลงเครื่อง NDS อย่างที่เห็นกันอยู่ ซึ่งคุณภาพด้านต่างๆรวมไปถึงกราฟฟิกดูสวยงามกว่าของ GBC มาก
|